เมื่อลูกตัวร้อนเป็นไข้

posted in: topic, topic-health | 0

    ไข้ -ตัวร้อน  –  fever  เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้

ไข้เป็นอาการที่แสดงทางการแพทย์ที่พบบ่อย หมายถึงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าค่าปกติ คือ 

  • ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดใต้วงแขน  ได้อุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิปกติ ( 35.5-37.0 องศาเซลเซียส)
  • ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดที่หู             ได้อุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิปกติ (35.4-37.8 องศาเซลเซียส)
  • ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดที่ทวารหนักได้อุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิปกติ (34.4-37.8 องศาเซลเซียส)
ถ้ามีไข้ และมีอาการต่อไปนี้ด้วยคือ

  • มีผื่น
  • อาเจียน
  • ปวดหัวรุนแรง
  • หายใจลำบาก หรือเจ็บหน้าอก
  • ไม่ร่าเริง หรือหงุดหงิดอย่างมาก
  • ปวดในช่องท้อง หรือปวดขณะปัสสาวะ
  • ชัก

ให้พบแพทย์เพื่อวินิจฉัยต่อ

ถ้าไม่มีอาการดังกล่าว ให้ยา และ เฝ้าดูแลใกล้ชิด  ดังนี้

  • ให้ยา พาราเซตามอล โดยจ่ายยาในขนาดที่เหมาะสม  ( 15 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ทุก 4-6 ชั่่วโมง ) สำหรับยาลดไข้อื่นๆ พยายามเลี่ยง เพราะยาบางตัว จะมีผลเสียถ้าเด็กเป็นไข้เลือดออก
  •  เช็ดตัวเด็กด้วยน้ำที่อุณหภูมิห้อง หรือ อุ่นเล็กน้อย จนกระทั่งยาออกฤทธิ์ แต่ไม่ต้องเช็ด หากเด็กหนาวสั่น
  •  คอยสังเกตุอาการเด็ก ว่าจะมีอาการตามบทความด้านบนหรือไม่
  •  พบแพทย์ ถ้าอาการไม่ดีขึ้น เช่น ไข้ไม่ลด หรือมีอาการอื่นๆตามมา เช่น ผื่นขึ้น ท้องเสีย ฯลฯ

เกล็ดย่อยๆ เกี่ยวกับไข้

การใช้เทอร์โมมิเตอร์ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายเด็ก

    เครื่องวัดอุณหภูมิที่ใช้ในบ้าน (เทอร์โมมิเตอร์) ที่นิยมใช้ คือ รุ่นปรอท และ เทอร์โมมิเตอร์ชนิดที่อ่านเป็นตัวเลข ( ดิจิตอล เทอร์โมมิเตอร์ )  สำหรับรุ่นดิจิตอลเทอร์โมมิเตอร์ น่าจะใช้สะดวกกว่ารุ่น ปรอท  เพราะทนทานไม่แตกง่าย และอ่านได้ค่าที่ชัดเจนเป็นตัวเลข

   การใช้เทอร์โมมิเตอร์ วัดอุณหภูมิร่างกาย สามารถวัดได้หลายตำแหน่ง :  บริเวณใต้วงแขน  บริเวณใต้ลิ้น บริเวณในรูหู

-บริเวณใต้วงแขน (Axillary Temperature)

  • ทารกอายุน้อยกว่า 4 สัปดาห์ ให้วัดอุณหภูมิที่ใต้วงแขน
  • ยกแขน แล้ววางกระเปาะวัดตรงกลางบริเวณใต้วงแขน
  • วางแขนไว้บนหน้าอกเพื่อหนีบเครื่องวัดอุณหภูมิไว้ จนได้ยินเสียงเตือน
  • วัดบริเวณใต้วงแขนข้างเดิมทุกครั้้ง เพื่อให้แม่นยำ
  • วิธีวัดใต้วงแขน เหมาะกับทารกแรกเกิด และเด็กทุกวัย

-บริเวณใต้ลิ้น (Sublingual Temperature)

  • วางกระเปาะวัด ใต้ลิ้น
  • แนะนำให้เด็กปิดปาก และหายใจทางจมูก
  • รอ 3 นาที ก่อนนำออกมาอ่านอุณหภูมิ
  • วัดบริเวณเดิมทุกครั้ง เพื่อให้แม่นยำ
  • การวัดใต้ลิ้น ไม่เหมาะกับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

-บริเวณในรูหู (Tympanic Temperature)

  • สวมปลอกหุ้มแบบใช้แล้วทิ้ง เพื่อปกป้องการติดเชื้อที่หู
  • ดึงใบหูเบาๆ เพื่อเครื่องวัดอุณหภูมิเข้าในรูหูได้
  • สอดเครื่องวัดอุณหภูมิ เข้าไป 2-3 มม. ในรูหู จนได้ยินเสียงเตือน
  • วัดสองครั้ง แล้วบันทึกค่าอุณหภูมิที่สูงสุด
  • ข้อสังเกต ควรปฎิบัติตามคำแนะนำเฉพาะของผู้ผลิตเครื่องวัดอุณหภูมิเสมอ เครื่องชนิดนี้ใช้รังสีความร้อนอินฟราเรด ในการวัดอุณหภูมิ

การวัดอุณหภูมิทางทวารหนักเป็นประจำ ไม่แนะนำ เพราะ

  • ไม่สะอาด
  • อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บข้างใน หากใช้ไม่ถูกวิธี
  • อาจทำให้เกิดแผลได้

หมายเหตุ

  • ให้ตรวจสอบเครื่องวัดอุณหภูมิ ให้อยู่ในค่าต่ำก่อนใช้วัด
  • ให้เทียบอุณหภูมิที่วัดจากตำแหน่งเดิมของร่างกายทุกครั้ง เพราะอุณหภูมิที่จากการวัดใต้วงแขน จะต่างจากใต้ลิ้นทุกครั้ง

การจัดการเมื่อเด็กเป็นไข้ ตัวร้อน

  • สิ่งสำคัญคือต้องให้เด็กสบายที่สุด
  • ใส่เสื้อผ้าบางๆเพื่อให้ระบายความร้อนออกได้สะดวก โดยทั่วไปมักปฏิบัติผิดๆ คือ มักใส่เสื้อที่ค่อนข้างหนากับเด็ก 
  • ห่มผ้าหากเด็กรู้สึกหนาว แต่อย่าห่มมากเกินไป หรือห้ามคลุมโปง
  • ให้อาหารเหลวแก่เด็กมากๆ เช่น น้ำ น้ำนมแม่ หรือน้ำผลไม้เจือจาง เพื่อชดเชยการเสียน้ำไปกับเหงื่อในระหว่างไข้
  • ให้เด็กพักผ่อนเพียงพอ
  • ให้อาหารเด็กปกติ
  • ให้สังเกตอาการเด็กขาดน้ำ โดยเฉพาะหากมีการอาเจียน หรือท้องว่าง 
    อาการขาดน้ำเล็กน้อยถึงปานกลาง จะทำให้เกิดอาการต่างๆดังนี้
    -ง่วงนอนน เหนื่่อยล้า เด็กจะเฉื่อย มีกิจกรรมน้อยกว่าปกติ
    -ปริมาณปัสสาวะลดลง 
    -มีน้ำตาน้อย หรือไม่มีเวลาร้องไห้
    -ปากแห้ง
    -กล้ามเนื้ออ่อนแรง
    -ปวดศีรษะ
    -มึนงง เวียนศีรษะ

อาการขาดน้ารุนแรง ต้องพบแพทย์ด่วน
          -กระหม่อมบุ๋ม
          -ปาก ผิว และเยื่อบุต่างๆแห้งมาก
          -ตาโหลลึก
          -ผิวเหี่ยวย่นและแห้ง ขาดความยืดหยุ่น คือ ไม่เด้งกลับเมื่อถูกบีบขึ้นมา
          -มีอาการหงุดหงิด และง่วงนอนมาก
          -หัวใจเต้นเร็ว 
          -เป็นไข้
          -ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม หรือชา

  • ถ้าเด็กยังเป็นไข้ต่อเนื่อง ต้องดูแลใกล้ชิดและสังเกตอาการใหม่่ๆที่อาจเกิดขึ้น เช่น มีผื่นขึ้น ท้องเสีย
  • ถ้าเด็กมีอาการหงุดหงิด ไม่สะบายตัว รู้สึกปวดตัว และมีไข้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ให้รับประทานยาลดไข้ ตามแพทย์หรือเภสัชกร แนะนำ  และควรเช็ดตัวเด็กด้วยน้ำธรรมดาขณะที่ยายังไม่ออกฤทธิ์
    ห้ามเช็ดตัวเด็กถ้าเด็กมีอาการหนาวสั่น  ให้ห่มผผ้าและใช้ยาลดไข้แทน 
  • ไม่จำเป็นต้องใช้เทอร์โมมิเตอร์คอยตรวจสอบอุณหภูมิไข้ของเด็กเป็นระยะ เว้นแต่เด็กจะรู้สึกร้อนมาก หรืออึดอัดไม่สะบายตัว
  • ห้ามให้ยาแก้อักเสบกับเด็กก่อนปรึกษาแพทย์และเภสัชกร

 

 

 

                  

 

 

 

  

      

Leave a Reply